การเติบโตของธุรกิจรายการบันเทิง

รายการโทรทัศน์เป็นความบันเทิงประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้ชมทั่วประเทศ รายการโทรทัศน์ต่าง ๆ ที่ออกอากาศในปัจจุบันมีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งการขยายเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทยก็มีส่วนเปิดตลาดให้กว้างขึ้นอีก ส่งผลให้ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ได้รับความสนใจจากเจ้าของสถานีมากขึ้น เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ต้องแข่งขันในการนำเสนอสาระความบันเทิงที่มีคุณภาพและต้องตามรสนิยมของผู้ชม

การดำเนินธุรกิจของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จะเป็นการซื้อ/เช่าเวลาจากทางสถานีโทรทัศน์พร้อมทั้งนำเสนอรายการต่างๆที่มีสาระและความบันเทิงออกอากาศรายการโทรทัศน์และขายโฆษณา โดยมีรายได้จากการขายเวลาโฆษณา การส่งเสริมการขายสินค้าและบริการในรายการของสถานีโทรทัศน์

ปัจจุบันการประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์มีการแข่งขันสูง ผู้ชมรายการสามารถเลือกชมรายการต่างๆได้มากขึ้น จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่จะผลิตรายการเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้ชมรายการที่ให้ความสำคัญกับสาระและความบันเทิงที่มีคุณภาพ และส่งผลให้ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีรายการที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงมีทางเลือกมากขึ้นในการนำเสนอรายการผ่านสถานีต่าง ๆ

อย่างไรก็ตามการผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยมรวมถึงกระบวนการได้มาซึ่งเวลาออกอากาศต้องอาศัยทั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการนำเสนอรายการที่แตกต่าง รวมถึงประสบการณ์และความสามารถในการผลิตด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อถือกับทางสถานีและผู้ซื้อโฆษณา ทำให้มีผู้ผลิตรายการโทรทัศน์รายใหญ่เป็นจำนวนน้อยรายที่นำเสนอรายการโทรทัศน์ ได้แก่ บมจ.มีเดีย ออฟ มีเดียส์, บมจ.บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, บมจ.กันตนา กรุ๊ป, บมจ.เวิร์คพอยท์เอ็นเทอร์เทนเมนท์, บจก.แกรมมี่ เทเลวิชั่น และบมจ.แม็ทชิ่ง สตูดิโอ จำกัดเป็นต้น โดยผู้ผลิตแต่ละรายจะมีจุดเด่นและแนวทางในการผลิตและการนำเสนอซึ่งนับเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่แตกต่างกันไป

สำหรับในระยะเวลาที่ผ่านมารายการโทรทัศน์มีเรตติ้งและจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้น ได้แก่ เกมโชว์ที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิง นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ผู้ผลิตรายการยังมีการผลิตรูปแบบรายการใหม่ๆไปยังรายการประเภทอื่นเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น ละคร และวาไรตี้ เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งผู้ชมรายการและลูกค้าที่ซื้อโฆษณา

ธุรกิจบันเทิงในไทย มีการเติบโตในประเทศจีนมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันธุรกิจบันเทิงในไทยมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากผู้ผลิตอีกประเทศหนึ่ง ไปยังอีกประเทศหนึ่ง ยกตัวอย่างประเทศจีนที่มีการเติบโตของธุรกิจบันเทิง โดยในปัจจุบันจีนได้กำหนดโควตาในการนำละครไทยเข้ามาฉายภายในประเทศ เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ผลิตละครชาวจีน โดยละครถูกจำกัดให้ฉายได้ไม่เกินปีละ 1,800 ตอน และหนังต่างชาติให้ฉายในโรงได้เพียงแค่ 40 เรื่องต่อปี รวมไปถึงเนื้อหาหนังต้องไม่มีความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อสังคมของจีน

ไม่นานมานี้มีภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากในประเทศ และมีการนำเข้าไปฉายยังประเทศจีนก็ยังได้รับความนิยม นั่นคือเรื่อง “พี่มาก…พระโขนง” ที่มีการเติบโตในประเทศ จึงทำให้จีนหันมาสนใจอุตสาหกรรมสื่อของไทยมากขึ้น เพราะทางประเทศจีนเองต้องผลิตสื่อบันเทิงให้ครอบคลุม นอกจากนี้ในหลายๆประเทศเข้ามาลงทุนซื้อภาพยนตร์ในบ้านเรา เอาไปฉายในประเทศ จึงถือได้ว่าธุรกิจบันเทิงของไทยมีการเติบโตไปในทิศทางที่ดี

ด้านความนิยมของละครไทยในประเทศจีนมีกระแสแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไทยมีโอกาสได้เข้าร่วมเทศกาลหนังของเซี่ยงไฮ้ในช่วง 2 ปีให้หลัง เนื่องจากละครไทยส่วนมากมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักและครอบครัว เพราะชาวจีนที่ชมละครของไทยมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป โดยจะนิยมชมละครเนื้อหาย้อนยุค ละครความรัก อีกทั้งยังชื่นชอบนักแสดงไทย เช่น ป้อง บี้ มารีโอ้ และติ๊ก ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก

ในด้านภาพยนตร์ที่มีกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่อายุ 17-30 ปี ซึ่งมีความชอบหนังในลักษณะที่หลากหลายแนว เช่น แนววิทยาศาสตร์ แนวแอ็คชั่น แนวความรัก เป็นต้น ทางด้านไทยเองควรผลักดันหนังแนวแอ็คชั่น ซึ่งเหมาะที่จะทำในรูปแบบสามมิติที่กำลังได้รับความสนใจ ถึงแม้จีนจะมีการกำหนดโควตา แต่ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องก็ยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ปัจจัยต่างๆส่งผลให้ธุรกิจบันเทิงของไทยเติบโตในตลาดจีนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไทยและจีนซึ่งมีวัฒนธรรมที่คล้ายกัน ทำให้ละครเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่น และละครย้อนยุค แนวสยองขวัญ จึงได้รับความนิยมในจีน ด้วยเหตุนี้เราจึงควรส่งเสริมแหละผลักดันให้ธุรกิจบันเทิงเติบโตในตลาดจีนได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจบันเทิง


หัวใจหลักของการทำธุรกิจบันเทิง นอกจากการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆออกมาแล้วสิ่งสำคัญ อีกอย่างหนึ่งคือการนำเสนอผลงานเหล่านั้นออกสู่สาธารณะโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการนำเสนอ อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามยุคสมัย ซึ่งสามารถแบ่งการเปลี่ยนแปลงออกได้เป็น 2 ยุคดังนี้
1. ยุคการนำเสนอผ่านสินค้าที่สามารถจับต้องได้ (Tangible หรือ Physical)
การเปลี่ยนแปลงหรือการปรับตัวของเทคโนโลยีในธุรกิจของสิ่งบันทึกเสียง จะเห็นได้จากในลำดับแรกเป็นการจำหน่ายวัสดุที่บันทึกเสียงเพลงของบรรดาศิลปินที่ชื่นชอบในรูปของเทปคาสเซท ต่อมาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบของแผ่นซีดี วีซีดี และแผ่นดีวีดี โดยในระยะแรกของการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี สามารถแยกกลุ่มผู้บริโภคได้ในช่วงระยะหนึ่ง ตามองค์ประกอบของความต้องการในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้แก่ การใช้วัสดุที่เก็บข้อมูล คุณภาพของเสียง ภาพ รวมถึงราคาของแผ่นและเครื่องเล่นที่รองรับ แต่ก็สามารถแบ่งกลุ่มผู้บริโภคได้ชัดเจนเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากความแพร่หลายและปัจจัยความต้องการทางตลาดทำให้ ราคาจำหน่ายเครื่องเล่นที่รองรับ มีการปรับคุณภาพให้ด้อยลง และลดราคาจำหน่ายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อจากผู้บริโภค แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดในการบันทึกข้อมูลลงไว้ในเทปคาสเซทและแผ่นรูปแบบต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นทำให้ในปัจจุบันเทปคาสเซทและแผ่นรูปแบบต่างๆ ไม่ได้รับความนิยมหรือการตอบรับจากผู้บริโภคแต่อย่างใด หลังจากนั้นเมื่อการแข่งขันในตลาดของสินค้ารูปแบบแผ่นซีดีถึงขั้นอิ่มตัว ได้มีการพัฒนา เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลโดยวิธีการบีบอัด (แผ่น MP3) เพื่อบันทึกข้อมูลลงไว้ในแผ่นเอ็มพี3 (MP3) ให้มีจำนวนมากขึ้น แต่คุณภาพของข้อมูลที่ได้รับนั้นจะลดน้อยลง ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมบริโภคสินค้าจากจำนวนที่ได้รับมากกว่าคุณภาพ ซึ่งเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลโดยวิธีการแบบอัดนี้ได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อธุรกิจบันเทิงโดยเฉพาะสิ่งบันทึกเสียงเป็นอย่างมาก แต่ความนิยมของผู้บริโภค ประกอบกับ ความแพร่หลายและราคาจำหน่ายของเครื่องเล่นที่รองรับ ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงบางรายจำต้องนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้กับสินค้าของตนแต่ก็ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากข้อจำกัดของกฏหมายลิขสิทธิ์ทำให้สามารถผลิตได้เฉพาะงานที่เป็นลิขสิทธิ์ของตนเท่านั้น ต่างจากการผลิตและจำหน่ายโดยการละเมิดลิขสิทธิ์ จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เนื่องจากผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ มิได้คำนึงถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่อย่างใด

2. ยุคการนำเสนอโดยไม่ต้องอาศัยสินค้าที่จับต้องได้ (Intangible format หรือ ยุค digital)
เนื่องจากตัวทรัพย์สินในงานธุรกิจบันเทิงนั้น เป็นงานที่ไม่สามารถจับต้องได้ การนำเสนอในยุคเริ่มแรกจึงจำต้องมีการนำแฟ้มงานเหล่านั้นไปบรรจุลงในวัสดุที่สามารถแปลงสัญญาณในการนำมาปรากฏต่อสาธารณะอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้การอาศัยวัตถุเป็นสื่อกลางในการสื่อหรือนำเสนอระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคมีความสำคัญที่ลดน้อยลง

รายการบันเทิงในเกาหลีช่วยกระตุ้นธุรกิจตลาดแฟชั่นในไทย

passingstrangeonline.com

จากกระแสความนิยมศิลปินจากแดนเกาหลี ในรูปแบบรายการบันเทิง เพลง ดารา นักร้อง ทำให้วัยรุ่นให้ความสำคัญกับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ จึงเกิดแฟชั่นเครื่องแต่งกายตามศิลปิน ทำให้นักธุรกิจนำเข้าสินค้าแฟชั่นจากเกาหลีทั้งที่เป็นของคนไทยและนำเข้าโดยตรงจากเกาหลีให้เห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ www.style-korea.com ที่นำแฟชั่นเกาหลีให้คนไทยได้เลือกหลายพันรายการ เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย

เว็บไซต์เป็นการเข้ามาลงทุนของชาวเกาหลี Mr.Tae Sang Lim เป็นนักลงทุนรายแรกๆ ที่เข้ามาลงทุนขายสินค้าจากประเทศเกาหลีในประเทศไทย โดยเว็บไซต์มีการรองรับภาษาไทย ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจทำให้ผู้ประกอบการหลายรายหันมาลงทุนกันเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจากความต้องการในการซื้อสินค้าของวัยรุ่น ที่ได้รับกระแสมาจากศิลปิน ดารา นักร้อง ที่วัยรุ่นต่างชื่นชอบ นอกจากนี้นักลงทุนชาวเกาหลียังเปิดเผยสาเหตุที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจแฟชั่นในไทย เพราเห็นว่าการใช้อินเตอร์เน็ตของคนไทยยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้มีคู่แข่งไม่มาก ซึ่งแตกต่างจากประเทศเกาหลีที่มีการขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตหลายราย มีการแข่งขันสูงมาก และส่วนหนึ่งที่เลือกลงทุนในไทยเพราะ คนไทยมีความต้องการในการซื้อสินค้าของเกาหลีอยู่มาก เพียงแต่มีข้อจำกัดให้เลือกสินค้าค้าได้น้อย ทำให้คนไทยต้องบินไปซื้อถึงประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง

เว็บไซต์ที่ทำเน้นความหลากหลายของสินค้า มีสินค้าให้เลือกมากมาย และมีการปรับเปลี่ยนสินค้าที่โชว์ตลอดเวลา ลูกค้าจะสามารถสั่งซื้อผ่านสำนักงานในไทยและจัดส่งถ้าหากว่ามีสินค้าพร้อมส่ง หรือถ้าไม่มีก็จะทำการสั่งจากเกาหลีโดยตรง นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ในเมืองไทยยังไม่มี เช่น พื้นรองเท้าเพิ่มความสูง สำหรับผู้มีปัญหาเท้าไม่เท่ากัน หรือมีปัญหาเรื่องส่วนสูงอย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าสินค้าเกาหลีนั้นได้รับความนิยมในไทย ส่วนหนึ่งมากจากแฟชั่นจากรายการเกาหลี และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทำให้สินค้ามีความนิยมมาก ซึ่งดารานักร้องในประเทศเกาหลีจะให้ความสำคัญกับการแต่งตัวมาก เพราะจะช่วยกระตุ้นธุรกิจแฟชั่นในเกาหลี และต่างประเทศ

อัตราการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจบันเทิง

5

ปัจจุบันธุรกิจบันเทิงเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วต่อเนื่องตลอดเวลา เนื่องด้วยอิทธิพลของสื่อสมัยใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อและผสมผสานกันในหลายรูปแบบ ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงความบันเทิงได้หลากหลายช่องทางโดยปราศจากเงื่อนไขของเวลาและสถานที่ ส่วนตัวผู้บริโภคเองก็มีความต้องการที่จะสื่อสารและแสดงความคิดเห็นของตนเองผ่านสื่อโดยตรงทันทีและต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งานบันเทิงเพื่อแสดงเอกลักษณ์และความเป็นตัวของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการด้านธุรกิจบันเทิงจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ จะต้องมีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการสื่อ การบริหารจัดการข้อมูลและเนื้อหา มีความสามารถในการคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีความสามารถในการพัฒนาบุคลากร การตลาดเชิงรุก และการบริหารจัดการ การตลาดเชิงรับ รวมถึงเรียนรู้ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นการมีเพียงพรสวรรค์หรือฝีมือเพียงอย่างเดียวนั้น จึงไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของโลกปัจจุบันและอนาคตได้ หากแต่จะต้องมีความรู้ทางด้านการบริหารและเทคโนโลยีควบคู่ไปกันไปด้วย

ในช่วงกลางทศวรรษ 2540 เทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่ถูกลงของ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและระบบสื่อความบันเทิงดิจิทัลทั้งเอ็มพีสาม (MP3) และโทรศัพท์มือถือที่เริ่มสามารถให้กลุ่มผู้ชมมีสถานะเป็นผู้เลือกได้มากขึ้น เช่น เราสามารถเลือกเพลงผ่านเอ็มพีสามโดยคละศิลปิน คละค่าย คละภาษา ผ่านโปรแกรมที่ใช้ฟังเพลงบนคอมพิวเตอร์ได้ แทนที่จะต้องเลือกฟังจากซีดีหลายๆ แผ่นจากหลายๆ ศิลปิน ปัญหาและปัจจัยของความแพร่หลายของยุคดิจิทัลในยุคแรกก็คือ ราคาที่ยังสูงอยู่ และลักษณะการพกพาที่ยังไม่สามารถทำได้สะดวกนัก ซึ่งในช่วงนั้นสื่อมวลชนบางส่วนได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อให้รองรับยุคดิจิทัลแล้ว เช่น การแยกกองบรรณาธิการสิ่งพิมพ์และกองบรรณาธิการเว็บข่าวของเครือผู้จัดการ รวมไปถึงวัฒนธรรมเว็บบอร์ดที่เฟื่องฟูในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ผู้รับสารสามารถมีสิทธิ์มีเสียงในการวิจารณ์และให้ความเห็นส่วนตัวต่อผลงานต่างๆ ซึ่งเป็นการลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของนักวิจารณ์ตามหน้าสื่อบันเทิงตามต่างๆ ทางด้านค่ายบันเทิงต่างๆ ก็มีการปรับกลยุทธ์ทั้งในการลดราคาผลงานเช่น ซีดี ในราคาที่ถูกลงเพื่อให้สามารถรักษากลุ่มแฟนๆ ไว้ได้ ทั้งยังให้เลือกซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ รวมไปถึงการออกกลยุทธการตลาดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ในช่วงเวลานั้น