โทรทัศน์ในประเทศไทยก็มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย

7

กิจการโทรทัศน์ในประเทศไทยก็มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย โทรทัศน์ถือเป็นสื่อที่มีอิทธิพลและบทบาทต่อผู้ชมสูง ด้วยคุณสมบัติที่สามารถให้ได้ทั้งภาพ เสียง ความรวดเร็ว ความสมจริง ทำให้ความนิยมในโทรทัศน์เพิ่มขึ้น จนปัจจุบัน สื่อโทรทัศน์ก็ถือเป็นสื่อหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสังคมมาก สื่อโทรทัศน์ในประเทศไทยมีวิวัฒนาการแบ่งออกได้เป็น  6 ยุค 2493 จอมพล ป. พิบูลสงครามได้อ่านบทความของสรรพศิริ วิริยศิริ เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศของกรมโฆษณาการ เกี่ยวกับปรากฏการณ์การประดิษฐ์โทรทัศน์ในยุโรปและ อเมริกา ทำให้จอมพล ป. มีความคิดที่อยากจะตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นในประเทศไทยบ้าง เพื่อใช้เป็นสื่อเพื่อการศึกษา การแพทย์ การสาธารณสุข และเป็นเครื่องมือตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามและเสริมอิทธิพลทางการเมืองให้กับตัวเอง

ในตอนแรกจะจัดตั้งสถานีโทรทัศน์โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เนื่องจากประเทศยังประสบปัญหาด้านการเงินอยู่ จนมีคนคัดค้านเรื่องนี้พอสมควร สุดท้ายจึงมีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นภายใต้บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัดด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปดูงานและฝึกอบรมด้านโทรทัศน์ที่บริษัท อาร์ซีเอ ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีการประกวดราคาเครื่องรับส่งโทรทัศน์และการเตรียมงานด้านเทคนิคโทรทัศน์ขึ้น และในช่วงทศวรรษนี้เอง กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ ได้ทรงบัญญัติศัพท์ วิทยุโทรทัศน์ ขึ้นใช้ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำวิทยุ โทรทัศน์เข้ามาเป็นครั้งแรกคือ นายประสิทธิ์ ทวีสิน ประธานกรรมการบริษัทวิเชียรวิทยุและโทรภาพ โดยนำเครื่องส่ง 1 เครื่อง เครื่องรับ 4 เครื่องหนักกว่า 2 ตัน ทำการทดลองให้คณะรัฐมนตรีชมเป็นครั้งแรกที่ทำเนียบรัฐบาล และต่อมาเมื่อ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2495 เปิดให้ประชาชนที่ศาลาเฉลิมกรุง ได้มีผู้ชมอย่างล้นหลามด้วยเป็นของแปลกใหม่

วันที่ 24 มิถุนายน 2498 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ทำพิธีเปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหมขึ้น เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย โดยมีคุณจำนง รังสิกุล เป็นหัวหน้าสถานีคนแรก และออกอากาศ ในประเด็นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า รากฐานของรสนิยมในการชมโทรทัศน์ที่ “ต้องการความบันเทิง” มากกว่าอย่างอื่นนั้นเป็นเพราะตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของการมีโทรทัศน์ในไทย รายการก็เน้นความบันเทิงมาตั้งแต่แรก โดยมีปัจจัยทั้ง รายการบันเทิงผลิตได้ง่าย ต้นทุนไม่สูง ประกอบกับ การควบคุมเรื่องการเมืองและการนำเสนอข่าวสารทำให้โทรทัศน์ไม่อยากเจ็บตัว อีกทั้งรายการบันเทิงสามารถสร้างกำไรทางธุรกิจให้สถานีโทรทัศน์ได้มาก ตามแนวคิด โทรทัศน์เชิงพาณิชย์ ที่ประเทศไทยคงได้แนวคิดมาจากการไปฝึกและดูงานจากบริษัท RCA ของสหรัฐ ซึ่งมีระบบโทรทัศน์เชิงพาณิชย์ ทำให้ การชมโทรทัศน์ในไทยมุ่งเน้นในเรื่อง “ความบันเทิง” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ธุรกิจสื่อและบันเทิงในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น


การแพร่ภาพและกระจายเสียงทางโทรทัศน์ ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัลที่มีจำนวนช่องธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดผลิตรายการโทรทัศน์มีมูลค่า 32,690 – 33,260 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 14-16  ที่คาดว่าจะมีมูลค่า 28,780 ล้านบาท นอกจากนี้ ธุรกิจสื่อและบันเทิงไทยยังได้รับกระแสการตอบรับที่ดีในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมีปัจจัยหนุนด้านความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม ระดับการเปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติที่มากขึ้นของประเทศต่างๆ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีในการรับชมความบันเทิงผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย สำหรับบริการสนับสนุนธุรกิจ ครอบคลุมถึง สถาปัตยกรรม ซอฟต์แวร์ ออกแบบ โฆษณา แฟชั่น และการพิมพ์นั้น ก็ได้รับปัจจัยหนุนมาจากความต้องการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเหมาจ้างเป็นโครงการ และ Outsource

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และธุรกิจร้านอาหาร สามารถใช้จุดแข็งของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้านในภูมิภาคต่างๆมาต่อยอดและพัฒนาธุรกิจ รวมถึงใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านทักษะและความอ่อนน้อมในการให้บริการของคนไทยที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างความประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อและบันเทิง และบริการสนับสนุนธุรกิจนั้น ควรใช้จุดแข็งทั้งด้านทักษะความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยอาจเริ่มจากตลาดอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม

ไม่เพียงเฉพาะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เท่านั้น หากแต่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมยังสามารถนำอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มาประยุกต์และผสมผสานเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ นำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมทั้งในส่วนของสินค้า บริการ และกระบวนการทำงาน รวมถึงใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรุดหน้าขยายแฟลตฟอร์มในการเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในรูปแบบการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อนำมาสู่การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จับตาสื่อออนไลน์ที่เติบโตแบบก้วกระโดด

ความมหัศจรรย์ที่ทำให้ผู้คนกำลังเสพติด สื่อออนไลน์ และมีแนวโน้มว่าจะเสพและติดกันมากขึ้น อีกเรื่อยๆ นั้นคงเป็นเพราะ สื่อออนไลน์ สามารถเชื่อมทุกสิ่งบนโลก ให้มาอยู่บนหน้าจอเดียวกันได้ คนอยู่ ไกลกัน ก็เสมือนอยู่ใกล้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกฟากโลกหนึ่ง ก็สามารถมาปรากฏให้เราเห็นตรงหน้าได้โดยไม่ยากเย็น นอกจากนี้ยังสามารถทำธุรกรรมนานาชนิดผ่านโลกออนไลน์ได้อีกด้วย พฤติกรรมในการเสพสื่อของผู้คนบนโลกและในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ธุรกิจใดใดที่สามารถเข้ามาอยู่ในโลกใบใหม่ ซึ่งรวมเอาสิ่งต่างๆ จากทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกันได้นี้ ย่อมมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดตามไปกับกระแสแห่งความนิยมอย่างพุ่งพรวดของสื่อชนิดนี้

สื่อออนไลน์ เป็นสื่อที่เชื่อมสื่อทุกประเภทมาไว้ด้วยกัน ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ หนังสือพิมพ์ และสื่อวิดีโอต่างๆ นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป ธุรกิจอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ ไอแพด แทบเล็ต จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะสามารถใช้เป็นทั้งเครื่องมือสื่อสารส่วนตัว เครื่องมือสื่อสารในสังคมออนไลน์ ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำธุรกรรม เล่นเกม หาข้อมูล หรือเรียกได้ว่าทำได้แทบทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยกล่าวว่าใน 1 ปีที่ผ่านมาจากปี 2555 ถึงปี 2556 มียอดการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้นถึง 4 ล้านกว่าเครื่อง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 16% และการเติบโตของโทรศัพท์ที่รองรับ 3G ใน 1 ปี 2555 ถึงปี 2556 มีการเติบโตถึง 80% โลกของเราจึงกำลังเข้าสู่ยุค Mobile World อย่างเต็มรูปแบบ การค้าขายผ่านมือถือและการชำระเงินผ่านมือถือ จึงเป็นรูปแบบการบริการที่กำลังมาแรงในยุคนี้ การเปลี่ยนแปลง Website ให้อยู่ในแพลตฟอร์มที่รองรับกับทุก Device (Responsive Design) จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้การบริการทุกอย่างได้สะดวกรวดเร็ว

นอกจากนี้ สื่อออนไลน์ ยังกำลังจะทำให้สื่อชนิดอื่นได้รับความนิยมลดลงแบบฮวบฮาบ เช่น สื่อโทรทัศน์ที่เนื้อหาที่แสดงบนโทรทัศน์ไม่ถูกจำกัดอยู่กับช่องสัญญาณ Free TV หรือ Cable TV อีกต่อไป เนื่องมาจากการพัฒนาของค่ายผู้ผลิตเครื่องรับโทรทัศน์รายใหญ่หันมาทำให้ TV กลายเป็นอีกหนึ่ง IP-Connected Devices ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้จากหน้าจอทีวี เครื่องรับโทรทัศน์ในรูปแบบเดิมจึงกำลังจะหายไปจากท้องตลาด ในขณะเดียวกันสื่อโทรทัศน์ หรือรายการโทรทัศน์ ยังถูกดึงส่วนแบ่งผู้ชมไปให้คลิปต่างๆ ในเว็บไซต์ยูทูป รายการจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อผู้ชมเชื่อมอินเตอร์เน็ตกับหน้าจอทีวีได้แล้ว การรับชมสื่อดังกล่าวก็จะยิ่งเพิ่มความบันเทิงและสะดวกมากขึ้น เพราะสามารถเลือกชมช่องได้ไม่จำกัด ทั้งยังเลือกชมสิ่งที่ชอบได้ตามเวลาที่ตนเองสะดวก ไม่มีจำกัดเวลาการออกอากาศ

แต่เมื่อ สื่อออนไลน์ รุกคืบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราได้ใกล้ชนิดขนาดนี้ แน่นอนว่าย่อมไม่ได้มีแต่ข้อดีในเรื่องของความสะดวกสบาย สนุกสนาน แต่เพียงด้านเดียว การใช้ สื่อออนไลน์ ก็มีข้อควรระวังหลายอย่างที่ผู้ใช้ไม่ควรประมาท นึกถึงแต่ความสะดวกและความสนุกสนานแต่เพียงเท่านั้น ขณะที่เราใช้สื่อชนิดนี้ สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาเราก็คงจะมีเพียงตัวเรากับหน้าจอ หากเราประมาท ไม่มีสติอย่างเพียงพอ เราก็จะหลงลืมไปว่า เรากำลังสื่อสารกับสาธารณะ กับสังคม และอาจจะขยายไปถึงโลกทั้งใบเลยก็เป็นได้ สื่อออนไลน์ จึงเป็นที่มาของจิตใต้สำนึกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปของผู้คน ซึ่งมุ่งเน้นทำให้ตนเองเป็นจุดเด่นหรือเป็นที่สนใจอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว เพราะเราสามารถสื่อสารความคิด ความรู้สึก แสดงตัวตนในด้านต่างๆ ผ่านสื่อที่มีอยู่ในมือตนเอง เวลาใดก็ได้ บางครั้งจึงอาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง หรือเผยแพร่ในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร ในขณะเดียวกันเราก็ยังหลงลืมความสำคัญหรือความสัมพันธ์ที่ดีงามในชีวิตจริงไป นอกจากนี้ ก็ยังเป็นที่มาของการล่อลวง การต้มตุ๋นจากการทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ การโฆษณาชวนเชื่อ หรือการปลุกเร้าให้เกิดกระแสใดกระแสหนึ่งตามที่ผู้สื่อสารต้องการ โดยอาศัยความสะดวกในการเชื่อมต่อและการแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงเป็นสื่อที่ทำให้เกิดการเสพติด ทั้งเสพติดสังคมโซเชียลและเกมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งความบันเทิงในประเภทหลังนี้ได้ส่งผลเสียอย่างรุนแรงในวัยรุ่นมาเป็นเวลาหลาย ปีแล้ว อันเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่ ภาวะสมาธิสั้นในเด็ก ความรุนแรง การขาดเรียน และร้ายแรงจนถึงขนาด หนีออกจากบ้าน กลายเป็นเด็กเร่ร่อน และเสียผู้เสียคนได้ในที่สุด